LINE :@i99win

ประตูชัยสู่รอบชิง! อุมติตี้โขก ฝรั่งเศส เฉือน เบลเยียม 1-0

ฟุตบอลโลก 2018 เกมรอบรองชนะเลิศ ระหว่าง ฝรั่งเศส เจอกับ เบลเยียม

Image result for France

ทีมตราไก่ ยังคงส่ง 11 แกนหลักชุดที่ลงเล่นในนัดก่อนๆพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น เบนฌาแม็ง ปาวาร์, พอล ป็อกบา, เอ็นโกโล ก็องเต้, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, อองตวน กรีซมันน์ รวมถึงหน้าเป้าอย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ทั้งยังได้ แบลส มาตุยดี้ ลงคุมดนกลางแทน โกร็องแต็ง โตริสโซ

ส่วน ปีศาจแดงแห่งยุโรป ที่มีเธียร์รี อองรี อดีตแข้งทีมชาติฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในทีมโค้ช ขยับส่ง มุสซา เดมเบเล ลงเล่นแทน โธมัส มูนิเยร์ ที่ติดโทษแบน นอกนั้นยังคงเป็นผู้เล่นชุดเดิม นำโดยสตาร์อย่าง เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู และ เอเด็น อาซาร์

เกมเริ่ม 10 นาทีแรก ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์แม้แต่ครั้งเดียว เพราะทั้งสองทีมยังเล่นกันอย่างระมัดระวัง

นาทีที่ 15 โอกาสแรกของเกมนี้เป็นเบลเยียมที่ได้ลุ้นก่อน เมื่ออาซาร์รับบอลจากเดอ บรอยน์ในกรอบโทษก่อนตัดสินใจซัดบอลเฉียดเสาออกหลัง และอีก 3 นาทีต่อมา มาตุยดี้หาโอกาสส่องไกลจากนอกกรอบ แต่ยังไปตรงตัวกูร์ตัวส์

เกือบ 20 นาที เบลเยียมมีลุ้นถึงสองครั้ง เมื่ออาซาร์ได้โอกาสจบหนสองของเกมชนิดที่มีเฟลไลนีไปกดดันวาราน แต่กองหลังฝรั่งเศสยังโหม่งทิ้งออกหลังได้ และจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง อัลเดอร์ไวเรลด์ได้กลับตัวยิงบอลจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่โยริสยังบินปัดไว้ได้

ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ทั้งสองทีมยังคงเปิดหน้าแลกกันได้สนุก หนนี้เป็นปาวาร์ลองครอสเข้าในมาถึงชิรูด์โขกสะบัดบอลหลุดเสาแบบมีลุ้น รวมถึงลูกยิงไกลด้วยเท้าข้างไม่ถนัดของกรีซมันน์ที่บอลออกหลังไปไกล

ท้ายครึ่งแรกฝรั่งเศสอาศัยเล่นสวนกลับยามที่กองกลางเบลเยียมเสียบอลกลางสนาม หนึ่งในนั้นคือโอกาสหลุดเข้าไปยิงทางขวาของปาวาร์ ที่ยังไปติดเซฟของกูร์ตัวส์ ทำให้หมด 45 นาทีแรกยังคง 0-0

เปิดครึ่งหลัง เบลเยียมอาศัยความสูงใหญ่ของแนวรุก และหันมาบอมบ์ใส่ตั้งแต่เริ่ม โดยนาทีที่ 48 เป็นลูกากูได้โขกจ่อๆในกรอบโทษ แต่บอลยังพุ่งออกหลีง

จนนาทีที่ 51 จากลูกเตะมุมด้านขวาของฝรั่งเศส กรีซมันน์ครอสเข้าในมาถึงอุมติตี้หนีอัลเดอร์ไวเรล ตัวประกบ พร้อมขึ้นโขกเหนือเฟลไลนีตุงตาข่าย ฝรั่งเศสนำ 1-0

หลังเสียประตู เบลเยียมปรับเกมรุกด้วยการส่ง เมอร์เทนส์ลงมาแทนเดมเบเล และยังคงอาศัยลูกโยนโจมตีเช่นเคย กระทั่งเกือบมีลุ้นในนาทีที่ 65 เมื่อแนวรุกนาโปลีโยนเข้ากรอบให้เฟลไลนีขึ้นโหม่งเหนือป็อกบา แต่บอลหลังลอยออกหลัง

ท้ายเกมนาทีที่ 80 วิสเซลได้โอกาสกดเต็มข้อนอกกรอบจนโยริสต้องออกแรงปัดไว้ได้ รวมถึงนาทีที่ 88 เมื่อเดอ บรอยน์ครอสบองจากทางซ้ายเข้าในเกือบถึงศีรษะของลูกากู ก่อนที่ลูกจะพุ่งออกหลังไปก่อน

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ฝรั่งเศส เฉือน เบลเยียม 1-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จในรอบ 12 ปี โดยจะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือ โครเอเชีย

Facebook Comments