LINE :@i99win

วีคนี้มีแดงเดือด!จับตา 5 ประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีก นัดที่ 17

วีคนี้มีแดงเดือด! จุดเริ่มต้นโปรแกรมหฤโหดจะเริ่มตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้เป็นต้นไป

วีคนี้มีแดงเดือด! ยาวไปช่วงปีใหม่กันเลยทีเดียว เกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 17 มีหนึ่งบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตามองที่สนามแอนฟิลด์ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งจะมีประเด็นอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกันได้เลย
1. ลิเวอร์พูล ที่ดีกว่าแมนฯยูไนเต็ด?

แกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็กขวาคนดังของแมนฯยูไนเต็ด ได้จัดผู้เล่น 11 ที่ดีที่สุดของทั้งลิเวอร์พูล และ ปีศาจแดง ปรากฎว่า มีแข้งจากค่ายผีแดงติดทีมเพียง 3 รายเท่านั้นในตำแหน่งผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ คืออ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ประจำการปีกซ้าย, เอริค ไบยี่ และ ปอล ป็อกบา ที่อยู่เคียงข้าง นาบี้ เกอิต้า และ จินี่ ไวนัลดุม บนแดนกลาง อย่างไรก็ตาม ในรายของเซ็นเตอร์ชาวไอวอรี่ โคสต์ จะไม่ได้อยู่ในทีมนี้เลยหากโจ โกเมซ ไม่มีอาการบาดเจ็บ ทั้งหมดนี้คือความเห็นของ เนวิลล์ผู้พี่ ที่กล่าวไว้ในช่วงมันเดย์ ไนท์ ฟุตบอล

ตัวเลขที่น่าสนใจใน 8 เกมหลังสุดที่ทั้งคู่พบกันในลีก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเอาชนะแมนยูได้เลย โดยแบ่งเป็น เสมอ 3 แพ้ 5 จากเกมยุโรปล่าสุด หงส์แดง ขาดความเด็ดขาดในการทำประตูจนเกือบเสียท่าให้นาโปลีช่วงท้ายเกม และในเกมแดงเดือดนี้ ทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ จะมาเน้นเรื่องเกมรับแน่นอน น่าสนใจว่าแนวรุกของลิเวอร์พูล จะปลิดชีพผู้มาเยือนได้หรือไม่

นอกจากนี้ เจ้าถิ่น มีปัญหาในแนวรับเพิ่มเติมอีกสองราย หลังก่อนหน้านี้โจ โกเมซ ต้องพักยาวไปจนถึงต้นปีหน้า ซึ่งล่าสุด โฌแอล มาติป และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็มาเจ็บจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปอีกสองราย

วีคนี้มีแดงเดือด! 
2. โอกาสของเชซุส

จริงอยู่ที่ซิตี้ เอาชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ ไปได้ 2-1 แต่ถ้ามองถึงโอกาสทำประตูแล้ว เรือใบสีฟ้าควรจะได้สกอร์ถึง 6 ลูกด้วยซ้ำ โดยในรายของกาเบรียล เชซุส ได้โอกาสโหม่งโล่งๆระยะ 4 หลาแต่บอลไปชนเสาซะอย่างนั้น และอีกมุมหนึ่งดาวเตะแซมบ้าก็ยังเสียฟาวล์ไปอีกหลายครั้ง

การเสียเซร์คิโอ อเกวโร่ ไปจากอาการบาดเจ็บ เป็นโอกาสที่ดีของเชซุส ที่จะพิสูจน์ตัวเองแต่เขากลับทำประตูไม่ได้เลยตั้งแต่เดือนสิงหาคม และเกมลีกล่าสุดกับเชลซี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะไม่ใช้ศูนย์ธรรมชาติแต่มันก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก

เกมวันเสาร์นี้ หาก อเกวโร่ ยังลงสนามไม่ได้ หน้าที่แดนหน้าก็น่าจะเป็นของเชซุส แต่หากกองหน้าอาร์เจนไตน์พร้อมลงสนามละก็ แข้งวัย 21 ปี ก็คงจะต้องนั่งสำรองไปยาวๆตลอดหน้าหนาวนี้

วีคนี้มีแดงเดือด! 
3. ปาสกาล กรอสส์

ข่าวลือหน้าหูว่าในช่วงเดือนมกราคมนี้ ปาส กรอสส์ ได้รับความสนใจจากลิเวอร์พูล รวมถึง เซาธ์แฮมป์ที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล โค้ชใหม่นักบุญ ที่ต้องการได้กรอสส์ กลับไปร่วมงานกันอีกครั้งเหมือนสมัยอยู่กับอิงโกลสตัดท์ จุดเด่นของกรอสส์ คือการผ่านบอลให้เพื่อน โดยเมื่อซีซั่นที่แล้วตัวเลขแอสซิสต์เทียบเท่ากับเมซุต โอซิล

หากถามว่ากรอสส์ เหมาะสมกับลิเวอร์พูลอย่างไร คงเป็นเรื่องของการจ่ายบอลในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย ที่น่าจะเพิ่มมิติบนแผงกลางให้กับหงส์แดงได้ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้ กรอสส์ ลงสนามได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนักเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ยังไม่มีแอสซิสต์ รวมถึงเพิ่งทำประตูได้เพียงลูกเดียวจากจุดโทษ

ถึงกระนั้น เขาก็ยังเป็นนักเตะที่ดีคนหนึ่ง และสุดสัปดาห์นี้เขาจะได้ลงเผชิญหน้ากับ จอร์จินโญ่และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ซึ่งน่าจะเป็นบทพิสูจน์ว่าเขาเจ๋งจริงหรือไม่

วีคนี้มีแดงเดือด! 
4. สิ่งที่แฟนนักบุญอยากเห็น

เซาธ์แฮมป์ตันไม่ชนะในบ้านตัวเองมาตั้งแต่เดือนเมษายน นับเป็นสถิติที่ย่ำแย่เหลือเกินซึ่งสิ่งที่เห็นได้คือนักเตะในทีมขาดความกระตือรือร้น ในเรื่องนี้เอง ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล ได้ออกมาพูดก่อนเกมที่แพ้ต่อคาร์ดิฟฟ์ ว่า”ผมจะสั่งให้ลูกทีมวิ่งมากขึ้น”

จากนั้นแผนงานของอดีตเทรนเนอร์ไลป์ซิกคือ การสั่งหยุดวันพักผ่อนของนักเตะเพื่อเริ่มต้นตารางซ้อมแบบเข้มข้นจนถึงวันที่จะเปิดบ้านพบอาร์เซน่อลในวันอาทิตย์นี้ สไตล์การเล่นของกุนซือออสเตรียน คือการเน้นเพรซซิ่งสูงจนประสบความสำเร็จในบุนเดสลีก้า

แฟนเดอะ เซนต์ คงไม่คาดหวังว่าทีมรักจะเก็บชัยชนะนัดแรกในรอบ 22 เกมได้ในแมตช์นี้หรอก แต่สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นคือ ทีมกลับมาเล่นด้วยความมีชีวิตชีวาอีกครั้งเหมือนในยุคของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่นำทีมจากโซนตกชั้นมาเป็นทีมค่อนบนของตาราง

วีคนี้มีแดงเดือด! 
5. ความล้าของสเปอร์ส

พวกเขาคงไม่ใช่มนุษย์แน่ หากจะบอกว่าสเปอร์ส ไม่มีความอ่อนล้าหลังต้องกรำศึกหนัก 3 แมตช์ ในรอบ 6 วัน และล่าสุดก็เพิ่งใส่เต็มสูบกับบาร์เซโลน่าเมื่อกลางสัปดาห์

ขณะที่เบิร์นลี่ย์เอง ก็เพิ่งเก็บชัยชนะจากเกมที่หืดจับมาได้เหนือไบรท์ตันเมื่อเกมก่อน โดยเกมที่เวมบลี่ย์ ลูกทีมของชอน ไดซ์ จำเป็นต้องเปล่งพลังออกสุดฤทธิ์หากหวังกลับเทิร์ฟ มัวร์แบบมีคะแนน

วีคนี้มีแดงเดือด! 

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

Facebook Comments