เดอะ ซัน สื่อของ อังกฤษ แฉว่า เบลเยียม จะจัดขบวนพาเหรดให้ทีมชาติเบลเยียมชุดลงเล่น ฟุตบอลโลก 2018

รับแทงบอลออนไลน์

เดอะ ซัน สื่อของ อังกฤษ แฉว่า เบลเยียม จะจัดขบวนพาเหรดให้ทีมชาติเบลเยียมชุดลงเล่น ฟุตบอลโลก 2018 โดยจะให้นักเตะขึ้นรถบัสเปิดประทุนแล้ววิ่งไปตามกรุงบรัสเซลส์

รับแทงบอลออนไลน์

ทีมชาติเบลเยียม ชุดทำศึก ฟุตบอลโลก 2018 จะได้รับการแห่แบบฮีโร่บนรถบัสเปิดประทุน ถึงแม้พวกเขาจะไปไม่ถึงรอบชิงชนะเลิศของรายการดังกล่าวก็ตาม จากการรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ

    เบลเยียม ตั้งเป้าว่าจะไปถึงนัดชิงดำของศึก ฟุตบอลโลก ให้ได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สุดท้ายก็มาแพ้ ฝรั่งเศส 0-1 ในรอบรองชนะเลิศ

  1. ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่ขบวนพาเหรดจะเริ่มขึ้นนั้น นักเตะและสตาฟฟ์ของ เบลเยียม จะได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์แห่งเบลเยียมที่พระราชวังด้วย

ลุ้นแชมป์โลกสมัย2! ฝรั่งเศส เฉียบทุบ เบลเยียม หวิวลิ่วชิงทีมแรก

แทงบอลออนไลน์

ฝรั่งเศส เด็ดขาดกว่า ซามูเอล อุมติตี้ โฉบโขกเสาแรกเป็นประตูชัยให้ “ตราไก่” บดเอาชนะ เบลเยียม ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นทีมแรก โดยรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือโครเอเชีย ในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค.นี้ ส่วนเบลเยียมชอกช้ำชวดโอกาสเข้าชิงดำหนแรก ต้องไปลุ้นอันดับ 3 ปลอบใจในวันเสาร์นี้แทน

        แทงบอลออนไลน์

ฟุตบอลโลก 2018
รอบรองชนะเลิศ
วันอังคารที่ 10  กรกฎาคม 2561
ฝรั่งเศส 1  – เบลเยียม 0

สนาม :   เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม

ฝรั่งเศส หมายมั่นปั้นมือหวังจะทะลุเข้ารอบชิงให้ได้โดยจัดหนักส่ง อองตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และปอล ป็อกบา สามแกนหลักหวังกระซวก เบลเยียมเต็มสูบ ขณะที่ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” งานนี้มาเต็มขนแข้งชั้นนำพรสวรรค์สูง นำโดย เอแด็น อาซาร์ , เควิน เดอ บรอยน์ และ โรเมลู ลูกากู ที่พร้อมตะบันตาข่ายทัพ “ตราไก่” เช่นกัน

เริ่มเกมฝรั่งเศสมาแรงไม่มีเม้มเมื่อ เอ็มบั๊ปเป้ ใช้ความเร็วกระชากไปทางฝั่งขวา และผ่านบอลเรียดเข้ามาแต่น่าเสียดายบอลไม่ถึงเท้าของ กรีซมันน์ จากนั้น น. 4 เดอ บรอยน์ ลากบอลตะลุยไปข้างหน้า และผ่านบอลให้ นาเซอร์ ชาดลี่ ทางฝั่งขวา เขาเปิดบอลไม่ดีทำให้พลาดโอกาสยิงประตูไปอย่างน่าเสียดาย

 จากนั้นอีกสองนาทีด้วยความเร็วของ อาซาร์ ที่กระชากบอลไปทางฝั่งซ้ายผ่าน เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แต่ส่งเข้ากลางไม่ดีทำให้โดนตัดทิ้งไป หลังจากนั้นทั้งสองทีมเปิดฉากแหลกหมัดกันแบบไม่เกรงกลัว ใน น. 11 ฝรั่งเศสมีเสียวเมื่อ เอ็มบั๊ปเป้ ผ่านบอลเข้ามาในเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่ แยน แฟร์ตองเก้น แย่งบอลไปได้ก่อน

  1.     น. 13 เป็นอีกครั้งที่ทัพ “เลส์ เบลอส์” ได้ลุ้นทำประตูเมื่อ ป็อกบา แทงบอลยาวทะลุให้ เอ็มบั๊ปเป้ ที่ใช้ความเร็ววิ่งแซง แฟร์ตองเก้ แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ อ่านเกมขาดวิ่งออกมารับบอลได้ก่อน จากนั้นใน น. 16 มาถึงคิวของ เบลเยียม ที่ได้ลุ้นจากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ ชิพบอลให้ อาซาร์ ที่จัดการตะบันเต็มข้อแต่มุมยิงค่อนข้างยากทำให้บอลพุ่งเรียดออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย
  2. ต่อมาใน น. 18 แบลส มาตุยดี้ มีโอกาสตะบันไกลระยะ 25 หลา แต่บอลเข้ามือ กูร์กตัวส์ แบบไม่มีกระฉอก อีกนาทีต่อมา อาซาร์ ได้จังหวะซัดประตูจากทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ และบอลอยู่ในวิถีเข้าประตูแต่น่าเสียดายที่บอลแฉลบหัว ราฟาแอล วาราน ข้ามคานออกไป
  3. เบลเยียม ยังเดินหน้าจัดหนักใส่ชุดใหญ่ น. 22 เป็นโอกาสอีกครั้งของ เบลเยียม จากจังหวะที่ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ได้บอลบริเวณเขตโทษ และเจ้าตัวโชว์ลีลาหมุนตัวตวัดยิงทันที แต่ อูโก้ โยริส โชว์ซูเปอร์เซฟปัดบอลออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ ช่วงนี้เกมยังสูสีทั้ง เบลเยียม และ ฝรั่งเศส มีโอกาสที่จะสร้างความหวาดเสียวได้อย่างต่อเนื่องแต่สกอร์ยังไม่ขยับ
  4. น. 28 เดอ บรอยน์ มีโอกาสลากบอลไปทางฝรั่งซ้ายก่อนจะผ่านบอลเข้ามาในเขตโทษบอลกำลังจะถึง ลูกากู อยู่แล้ว แต่เดชะบุญที่  ซามูแอล อุมติตี้ ยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลาเตะบอลทิ้งไปได้อย่างหวุดหวิด น. 31 กรีซมันน์ เล่นบอลสั้นกับ ปาวาร์ ก่อนที่เขาจะเปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ และ ชิรูด์ โหม่งเต็มหัวแต่บอลเฉียดเสาออกไป
  5. ตอนนี้เป็นช่วงเวลาทองของ ฝรั่งเศส โดยน. 34 เป็นอีกครั้งที่ แชมป์โลก 1998 ได้ลุ้นประตูเมื่อ กรีซมันน์ วางบอลยาวอย่างแม่นยำให้ เอ็มบั๊ปเป้ ในเขตโทษก่อนที่เขาจะแตะให้ ชิรูด์ แต่น่าเสียดายที่ หัวหอกเชลซี วิ่งช้าไปหน่อยทำให้ยิงไม่ถนัดบอลออกข้างไป

โอกาสทองฝังเพชรของ ฝรั่งเศส เกิดขึ้นใน น. 40  เอ็มบั๊ปเป้ โชว์ความเหนือชั้นส่งบอลให้ ปาวาร์ หลุดเข้าไปจ่อยิงระยะ 6 หลา แต่ กูร์กตัวส์ โชว์ซูเปอร์เซฟใช้ขาสกัดออกหลังไปได้อย่างสุดยอด

เกมตอนนี้ดูเหมือน ฝรั่งเศส จะเริ่มคุมจังหวะความได้เปรียบ แต่ เบลเยียม ยังตั้งหน้าตั้งตาเดินเกมหวังจะทำประตูคืนให้ได้ อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศส มีโอกาสทำประตูเพิ่มจากการประสานงานขั้นเทพ เมื่อ มาตุยดี้ ส่งบอลให้ เอ็มบั๊ปเป้ ซึ่งโชว์สเต็ปจับบอลเท้าขวาและใช้เท้าซ้ายตอกซ้นส่งให้ ชิรูด์ หลุดเข้าไปยิง แต่โดนสกัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

เบลเยียม ยังไม่เสียขวัญพยายามเดินเครื่องต่อ และเกือบได้ประตูตีเสมอ ใน น. 62 ดรีส เมอร์เท่นส์ มีโอกาสได้บอลในเขตโทษก่อนเปิดเข้ากลางแต่โดนแนวรับฝรั่งเศส สกัดออกมา ซึ่งไม่ดีนัก และ เดอ บรอยน์ มีจังหวะง้างเท้าแต่ดันยิงแป๊กทำให้บอลเข้ามือ โยริส แบบสบายอุรา

น. 65 เมอร์เท่นส์ ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับฝรั่งเศส โดยเขาได้จังหวะเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ และ เฟลไลนี่ กระโดดโหม่งเหนือ อุมติตี้ บริเวณจุดโทษแต่บอลเฉียดเสาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร อีกสามนาทีต่อมาเป็นคิวของ “เลส์ เบลอส์” เมื่อ กรีซมันน์ โชว์ทักษะจับบอลลงพื้นอย่างเหนือชั้น ก่อนสิ่งให้ ชิรูด์ ตะบันเต็มเหนียวแต่บอลลอยข้ามคานไปแบบไม่ต้องลุ้น

เข้าสู่ น. 80 ฝรั่งเศส ยังคุมสถานการณ์ได้ดี ขณะที่ เบลเยียม ยังคงตั้งหน้าตั้งบุกต่อไปและเกือบได้ผล ใน น.82 จากจังหวะที่ วาราน สกัด อาซาร์ และบอลทะลักไปที่ วิตเซล ซึ่งจัดการตะบันเต็มข้อบอลพุ่งราวกับจรวด แต่ โยริส ไม่พลาดทุบออกไปได้อย่างหวุดหวิด

น. 89 เดอ บรอยน์ เก็บบอลเกือบครึ่งสนาม และโยนเข้าไปในเขตโทษบอลเลยหัว ลูกากู ไปนิดเดียว เข้าสู่ช่วงต่อเวลาเจ็บ 6 นาที ฝรั่งเศส มีลุ้นทำประตูใน น. 90+4 เมื่อ กรีซมันน์ ได้จังหวะจบสกอร์ แต่น่าเสียดายที่ยิงไม่ละเมียดทำให้ กูร์กตัวส์ รับได้

ฝรั่งเศส ยังมีโอกาสตอกฝาโล่ง ใน น. 90+6 เมื่อ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ได้จังหวะยิงโล่งๆ แต่ กูร์กตัวส์ ยังมือไวปัดออกเสาไปได้ และจากนั้น อันเดรส คุนญ่า ผู้ตัดสินชาวอุรุกวัย เป่านกหวีดยาวหมดเวลา ส่งให้ ฝรั่งเศส เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม) – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาแอล วาราน, ซามูแอล อุมติตี้, ลูกัส แอร์กน็องเดซ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป็อกบา – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, อองตวน กรีซมันน์, แบลส มาตุยดี้ (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น. 86) – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (สตีเว่น เอ็นซองซี่ น. 85)

เทรนเนอร์ : ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์

เบลเยียม (3-4-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, แยน แฟร์ตองเก้น – มูซ่า เดมเบเล่ (ดรีส์ เมอร์เท่นส์  น. 60) , มารูยาน เฟลไลนี่ (ยานนิค การ์ราสโก้ น. 80), อักเซล วิตเซล, นาเซอร์ ชาดลี่ (มิชี่ บัตชูอายี่ น. 90+1) – เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู, เอแด็น อาซาร์ (กัปตันทีม)

เทรนเนอร์ : โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ

ผู้ตัดสิน : อันเดรส คุนญ่า (อุรุกวัย)

หัวใจหรือหน้าที่! อองรีไม่ใช่คนแรก ย้อนดูโค้ชดวลทีมชาติตัวเอง

แทงบอลออนไลน์

ในคืนนี้ เธียร์รี่ อองรี จะเป็นหนึ่งในทีมสตาฟฟ์โค้ช ของเบลเยี่ยม ลงสนามสู้ศึกฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ พบกับทีมชาติฝรั่งเศส

สิ่งที่น่าสนใจคือ อองรี เป็นคนฝรั่งเศส แถมยังคว้าแชมป์โลกกับทีมมาแล้ว ในปี 1998 แต่เมื่อต้องมารับงานเบลเยี่ยม มาเจอกับทีมชาติตัวเอง เขาจะวางตัวอย่างไร

เบลเยี่ยมยิงได้ เขาจะดีใจหรือไม่ แล้วถ้าฝรั่งเศสยิงได้ล่ะ เขาจะรู้สึกอย่างไร จริงๆไม่ใช่ แค่อองรี เท่านั้นที่เคยเจอสถานการณ์นี้ ในอดีตมียอดโค้ชหลายคน ก็ต้องกลั้นใจคุมทีม เจอกับทีมชาติตัวเองมาแล้ว จะมีใครบ้าง และผลงานในการเจอกับทีมชาติตัวเอง เป็นอย่างไร ไปไล่เรียงกันเลย

ซัมเปาลี กุนซือชาวอาร์เจนติน่าไปรับงานคุมชิลี ลงแข่งในศึกโคปาอเมริกา ปรากฎว่า รอบชิง ต้องโคจรมาเจอทีมฟ้าขาวบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเกมในเวลาเสมอ 0-0

แต่ในช่วงยิงจุดโทษ ชิลีเฉียบคมกว่า ชนะไปได้ 4-1 และหลังจากนั้นซัมเปาลี ก็ย้ายมาคุมทีมชาติอาร์เจนติน่าคาร์ลอส เคยรอซ กุนซือโปรตุเกส คุมทีมชาติอิหร่านในบอลโลกครั้งนี้ มาลงอยู่ในกรุ๊ปออฟเดธ มีทั้งสเปน และโปรตุเกส ปรากฎว่า นัดชี้ชะตา ต้องตัดสินกับโปรตุเกส

  • โดยอิหร่าน ต้องชนะสถานเดียวเท่านั้น ถึงจะเข้ารอบ ซึ่งเคยรอซ ก็สู้สุดชีวิต และพาอิหร่านตีเสมอได้ 1-1 และเกือบพลิกชนะได้ด้วย แต่ทำไม่สำเร็จ จบเกม 90 นาที อิหร่านจึงตกรอบไปอย่างน่าเจ็บช้ำ ส่วนโปรตุเกส ก็ไปได้ไม่ไกลกว่ากัน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย
  • สเวน คุมทีมชาติอังกฤษ ลงสนามในฟุตบอลโลก 2002 พบกับ สวีเดน บ้านเกิดของเขาเอง ในเกมแรกสุดของรอบแบ่งกลุ่ม ปรากฎว่า เสมอกันไปแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น 1-1 อังกฤษ นำก่อนจากโซล แคมป์เบลล์
  • แต่โดนตีเสมอ จากนิคลาส อเล็กซานเดอร์สัน แต่สุดท้ายทั้งคู่จับมือกันเข้ารอบต่อไปอยู่ดี และเขี่ยอาร์เจนติน่าตกรอบแรก โดยสุดท้ายอังกฤษไปได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนสวีเดน ไปได้ถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แทงบอลออนไลน์เว็บไหนดี

ในเกมนี้ เป็นลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย กล่าวคือสหรัฐอเมริกา ถ้าหากพวกเขาไม่แพ้เยอรมันขาดลอย 3-4 ลูก ก็จะเข้ารอบต่อไปได้เช่นกัน

โค้ช เจอร์เก้น คลินส์มันน์ อดีตกุนซือเยอรมัน ที่ย้ายไปคุมสหรัฐฯ จึงเล่นอย่างระมัดระวัง และประคองตัว ให้ทีมแพ้แค่ 0-1 ซึ่งเพียงพอสำหรับการผ่านเข้ารอบต่อไป

โดยเยอรมันไปไกลถึงแชมป์โลก ส่วนสหรัฐฯ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดี แต่เจอร์เก้น คลินส์มันน์ก็ได้คุมสหรัฐฯอีกไม่นาน โดนปลดออกในเวลาต่อมา

  • เกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 2002 ฝรั่งเศสแชมป์เก่า ลงสนามเจอกับม้ามืดนอกสายตา เซเนกัล ปรากฎว่า ผลการแข่งขันทำหลายคนช็อก เมื่อ เซเนกัล เฉือนชนะฝรั่งเศส 1-0 จาก ปาเป้ บูบ้า ดิย็อป และสุดท้าย ฝรั่งเศสตกรอบแรกอย่างน่าเศร้า
  • โดยเซเนกัล คุมทัพโดย บรูโน่ เม็ตซู อดีตดาวเตะของสโมสร ลิลล์,นีซ และวาลองเซียนส์ ดังนั้นจึงรู้จักกับแนวทางการเล่นของทีมตราไก่เป็นอย่างดี
  • จริงๆอาจไม่ใช่เรื่องของหน้าที่ หรือหัวใจ เพราะศักยภาพของบราซิลกับญี่ปุ่น ห่างกันมากอยู่แล้วในตอนนั้น โดยบราซิล เข้ารอบไปแล้วแน่นอน มี 6 แต้ม ส่วนญี่ปุ่นต้องชนะบราซิลสถานเดียวจึงจะเข้ารอบต่อไปได้
  • ซึ่งเกมนี้ บราซิลถล่มขาดลอย 4-1 โดยญี่ปุ่นนำทัพโดยโค้ชซิโก้ ซึ่งหลังจากจบบอลโลกครั้งนี้ เขาก็ออกจากตำแหน่ง และไปคุมสโมสรเฟเนร์บาห์เช่ ในตุรกีแทน

มาร์ติเนซ ปลุกเร้า ลูกทีมเบลเยียม ห้ามหวั่นกลัว ฝรั่งเศส

www.i99win.com

กุนซือทีมชาติเบลเยียม ปลุกเร้านักเตะว่าในเกมที่จะดวลกับ ฝรั่งเศส นั้น พวกเขาต้องลงสนามแบบไม่มีความกลัวอยู่ในใจ

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ทีมชาติเบลเยียม กระตุ้นลูกทีมว่าให้ลงเล่นแบบไร้ความหวาดกลัว ในเกม ฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดที่จะเจอกับ ฝรั่งเศส วันอังคารที่ 10 กรกฎาคมนี้

เบลเยียม เพิ่งคว่ำ บราซิล ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนทำให้พวกเขาเข้าถึงรอบตัดเชือกของศึก ฟุตบอลโลก ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986

อย่างไรก็ตาม บางส่วนก็มองว่า “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ยังมีชื่อชั้นเป็นรอง ฝรั่งเศส อยู่ ถึงแม้พวกเขาจะมีนักเตะเก่งๆ อยู่ในทีมหลายคนก็ตาม

หลังจากโดนถามว่า เบลเยียม ต้องเล่นแบบไร้ความหวาดกลัวเหมือนในนัดที่ชนะ บราซิล หรือไม่นั้น มาร์ติเนซ ก็ตอบว่า “มันต้องเป็นอย่างนั้น นักเตะกลุ่มนี้ต้องลงเล่นแบบที่ไร้ความกลัว ถ้าเราลงเล่นโดยที่มีความกลัวอยู่ในใจตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมแล้วล่ะก็ เราก็จะทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ และเราจะเล่นได้แย่กว่าที่เคยเล่นได้ตามปกติด้วย การลงเล่นแบบไร้ความกลัวน่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยเราได้มากที่สุด”

กุนซือชาวสแปนิชเสริมว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมของเขามีผลงานดีในรายการนี้คือนักเตะมีความสามัคคีกันมากๆ “มันมี 2 อย่างที่สำคัญมากๆ (สำหรับทีมฟุตบอล) ซึ่งนอกจากเรื่องนั้น (การเล่นแบบไม่หวาดกลัว) แล้วเนี่ย คุณก็ต้องมีความสามัคคีกันตั้งแต่วันแรกด้วย ผมเชื่อว่าคุณจำเป็นต้องเล่นกันเป็นทีมให้ได้หากหวังที่จะเป็นแชมป์ และเมื่อเราทำอย่างนั้นได้แล้วนักเตะแต่ละคนก็จะโยนเรื่องส่วนตัวทิ้งไปเอง”

เนย์มาร์น้ำตาตก! อาซาร์-อองรี กอดปลอบใจ

เนย์มาร์ เสียใจจนน้ำตาร่วง หลัง บราซิล กระเด็นตกรอบฟุตบอลโลก ก่อนที่ เอแด็น อาซาร์ กับ เธียร์รี่ อองรี จะแสดงสปิริตเข้ามากอดปลอบใจ

เอแด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม และ เธียร์รี่ อองรี ผู้ช่วยกุนซือ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ต้องช่วยกันเข้าไปปลอบใจ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล หลังเสียใจที่ร่วงตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 จนถึงกับร้องไห้ออกมากลางสนาม

แทงบอลออนไลน์เว็บไหนดี

หลังจบเกมที่ เบลเยียม ชนะ บราซิล 2-1 เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เนย์มาร์ มีอาการเศร้าโศกและร้องไห้ออกมา ก่อนที่ อองรี ที่เป็นมือขวาของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จะเข้าไปกอดและปลอบใจ จากนั้น อาซาร์ ก็เข้ามาร่วมแสดงความเสียใจด้วยอีกคน

ขณะเดียวกันในเกมนี้ อาซาร์ ยังได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาด้วยการเลี้ยงบอลหลบคู่แข่งได้ถึง 10 ครั้ง และสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย โดยถือเป็นคนแรกที่ทำได้นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติเมื่อปี 1966

ทั้งนี้ เบลเยียม จะเข้าไปเจอกับ ฝรั่งเศส ในรอบรองชนะเลิศ วันอังคารที่ 10 กรกฎาคมนี้

เจาะกลยุทธ์เบลเยี่ยม รุมสดุดี “มาร์ติเนซ” ร้ายกาจโค่นบราซิล

สื่อดังในแดนแซมบ้า ทำการวิเคราะห์กลยุทธ์ของทีมชาติเบลเยี่ยม ว่าทำอย่างไร ถึงโค่นเต็งหนึ่งบราซิลลงได้ และยอมรับว่า หลายๆคน ประเมิน โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือชาวสเปนต่ำกว่าที่คิด

แทงบอลออนไลน์

ก่อนเกมจะเริ่ม บราซิลเป็นต่อเบลเยี่ยมเล็กน้อย แต่พอลงเล่นจริงๆ เบลเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงการจบสกอร์ที่เด็ดขาด และเกมรับที่เหนียวแน่น จนเป็นฝ่ายพลิกชนะบราซิลไปได้

แต่กลยุทธ์ หรือแนวทางการเล่นของ “มาร์ตี้” มีอะไรบ้างไปลองอ่านบทวิเคราะห์พร้อมๆกัน

——————————-

1) โจมตีที่จุดอ่อน

ถ้าดูจากปริมาณการส่งบอล ของเบลเยี่ยม จะเห็นเลยว่า บอลทั้งหมดขึ้นเกมรุกที่เอแด็น อาซาร์

นั่นเพราะพวกเขาอ่านจุดอ่อนได้ขาด แบ็กขวาของบราซิลชุดนี้ คือฟากเนอร์ ดาวเตะที่ไม่ได้เล่นในลีกยุโรป ดังนั้นประสบการณ์ในการรับมือ กับผู้เล่นพรสวรรค์ ถือว่ายังน้อยอยู่ ซึ่งจริงๆถ้ามีดานิโล่ ของแมนฯซิตี้ เกมน่าจะแน่นกว่านี้

อาซาร์ โจมตี และได้อิสระในการกระชากบอล เขาเล่นงานจนแนวรับบราซิลป่วนไปหมด โดยเฉพาะฟากเนอร์ ที่เล่นได้แบบมืดมนหนทางมาก แถมยังต้องเสียใบเหลืองเพื่อตัดฟาวล์ในช่วงครึ่งหลังอีกต่างหาก

2)ใช้วิตเซิล กับ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นจุดศูนย์กลาง

อักเซล วิตเซิล เป็นหัวใจสำคัญกลางสนาม คอยเชื่อมเกม จากเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด เป็นตัวพักบอลจากเซ็นเตอร์แบ็ก ก่อนจ่ายต่อไปให้ตัวรุก ขณะที่เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจในเกมรุก จะเห็นได้ว่า อาซาร์ กับ ลูกากู จะไม่จ่ายบอลให้กัน ทั้งเกมทั้งคู่จ่ายบอลให้กันแค่ 1 ครั้ง

แต่เดอ บรอยน์ต่างหาก ที่จะเป็นคน “เลือกเพลย์”  เดอ บรอยน์ จ่ายให้อาซาร์ 16 ครั้ง และจ่ายให้ลูกากู 11 ครั้ง การที่บราซิล ไม่ยอมเสียตัวผู้เล่นมาประกบเดอ บรอยน์ แบบจริงจัง ก็ถือว่าพลาดมหันต์แล้ว

3) ฝากทุกอย่างที่คูตินโญ่มากเกินไป

ในเกมนี้ หากนับจำนวนการขึ้นบอล จะเห็นว่า คูตินโญ่ คือทุกอย่างของของบราซิล ทุกคนไปฝากบอลที่เขาไว้หมด คูตินโญ่ส่งบอลให้เนย์มาร์ 37 ครั้ง  มาร์เซโล่มาพักบอลไว้ที่คูตินโญ่ 44 ครั้ง และ เล่นร่วมกับแฟร์นันดินโญ่ 24 ครั้ง

เขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของบราซิลชุดนี้ ซึ่งเบลเยี่ยมเองก็รู้ดี เราจึงเห็นกองหลัง รวมถึงมิดฟิลด์อย่างมารูยาน เฟลไลนี่ ไปป้วนเปี้ยนตลอด คูตินโญ่ ได้ยิงจะจะ บอลเข้ามุมจริง แต่นั่นก็เป็นเพราะเบลเยี่ยมบีบไว้หมดให้ยิงไปตรงนั้น ซึ่งกูร์ตัวส์จะเอื้อมไปถึง

เบลเยี่ยมทำการบ้านมาดี และรู้ว่าความสำคัญของบราซิลชุดนี้ คูตี้ สำคัญยิ่งกว่า เนย์มาร์ ดังนั้น การประกบคูตินโญ่จึงสำคัญกว่า ไม่ให้เล่นง่าย ส่วนเนย์มาร์ คอยประกบหลวมๆไว้ก็พอ เพราะเดี๋ยวก็มีจังหวะเล่นพลาด

4) ตัดขาดเชซุส

กาเบรียล เชซุส เป็นกองหน้าในใจติเต้ เพราะมีความเร็ว ไปในตำแหน่งที่ดีเสมอ ไม่แปลกที่เขามักจะได้ลงก่อนโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

เบลเยี่ยมนั้น ตั้งใจตัดขาดเชซุสออกจากเกม และมีตัวป้องกัน ทุกระยะ เพื่อไม่ให้เชซุสพลิกบอล หรือชิ่งสั้นๆกับเพื่อนได้ สังเกตได้ว่าทั้งเกม เชซุสได้โอกาสเล่นร่วมกับเพื่อนแค่ 16 ครั้งเท่านั้น ขนาดคูตินโญ่ ที่เป็นตัวจ่าย ยังได้ส่งบอลให้เชซุสแค่ 2 ครั้งในเกมนี้ พอขาดตัวพลิก ตัวจบสกอร์ บราซิลก็ขาดความหวือหวาในเกมรุกไปเลย

5) กล้าถอดกองหน้าเพื่อปิดเกม

โรเมลู ลูกากู เป็นตัวอันตรายของทีมชาติเบลเยี่ยม เราเห็นว่าความแกร่ง และความเร็วของเขา ทำให้บราซิลเหนื่อยหนักเหมือนกัน

แต่นาทีที่ 87 โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กล้าที่จะถอดลูกากูออกไปเลย และส่ง ยูรี ตีลีม็องส์ ลงมาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง อัดกลางให้แน่น ร่วมกับเฟลไลนี่ และวิตเซล

จริงๆลองคิดดูว่า ถ้าบราซิลตีเสมอได้ เบลเยี่ยมต้องลงเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษโดยไม่มีลูกากู แต่มาร์ติเนซ มั่นใจว่าลูกทีมจะเอาอยู่ และสุดท้ายก็เอาอยู่จริงๆ ปิดเกม 2-1 ให้ได้ ย่อมดีกว่าไปเอาชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษอยู่แล้ว

ปารีส แซงต์ – แชร์กแมง พร้อมชี้ชัยชนะเหนือ บราซิล ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

แทงบอลออนไลน์

โธมัส เมอนิเย่ร์ แบ็กทีมชาติเบลเยียม เผยผิดหวังเล็กๆ ที่ต้องมาเจอ ฝรั่งเศส ในศึกเวิลด์ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ เหตุไม่อยากฟาดแข้งกับพวกเพื่อนๆ จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมชี้ชัยชนะเหนือ บราซิล ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นเรื่องที่สุดพิเศษ

แทงบอลออนไลน์

เบลเยียม เพิ่งโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะ บราซิล 2-1 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่คาซาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาทะลุเข้ารอบรองชนะไปพบกับ ฝรั่งเศส ที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในวันอังคารที่ 10 กรกฎาคมนี้ และล่าสุด เมอนิเย่ร์ ที่ค้าแข้งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ชี้ว่าตัวเองไม่อยากจะเจอกับพวกเพื่อนๆ ร่วมสังกัดในแมตช์นี้

    “บอกตามตรง ผมผิดหวังนิดหน่อยที่เราจะต้องเจอกับเพื่อนร่วมทีมและพวกเพื่อนๆ ของผม แต่ในอีกด้านหนึ่ง แมตช์นี้ก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี” เมอนิเย่ร์ กล่าว พร้อมชี้ว่าชัยชนะเหนือ บราซิล เป็นสิ่งที่พิเศษอย่างยิ่งสำหรับ เบลเยียม

  1.     “เรารู้สึกถึงแรงสนับสนุนอย่างมหาศาลจากบนอัฒจันทร์ เราเล่นกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว
  2.      สนุกกับเกม และคว้าชัยชนะที่สมควรแล้ว     นี่เป็นวันที่พิเศษสำหรับเรา” แบ็กจอมบุกวัย 26 ปี กล่าว

สำหรับ เมอนิเย่ร์ จะไม่ได้ลงเล่นกับ ฝรั่งเศส เนื่องจากเขาได้รับใบเหลืองที่ 2 ในเกมกับ บราซิล ซึ่งจะทำให้ติดโทษแบนในเกมรอบรองชนะเลิศ

ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กับ ฝรั่งเศส ก่อนรอบตัดเชือกศึกเวิลด์ คัพ 2018

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางทีมชาติเบลเยียม ชี้ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กับ ฝรั่งเศส ต่างกันเพียงเล็กน้อย ก่อนทั้งคู่จะฟาดแข้งกันในรอบตัดเชือกศึกเวิลด์ คัพ 2018 ลั่นทีมจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะ “ตราไก่” พร้อมตีตั๋วเข้าชิงชนะเลิศให้ได้

แทงบอลออนไลน์

เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียม ออกมากล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า เขาเชื่อว่ามีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นระหว่าง “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กับ ฝรั่งเศส ที่จะเจอกันในเกมรอบรองชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 2018 ในวันอังคารที่ 10 กรกฎาคมนี้

    เบลเยียม จัดการเอาชนะแชมป์โลก 5 สมัยอย่าง บราซิล 2-1 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันศุกร์ และจะเจอกับ ฝรั่งเศส ที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเพลย์เมคเกอร์ตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่าจะเป็นแมตช์ที่สูสีกันอย่างมาก

  1.     ฝรั่งเศส เป็นทีมที่พิเศษ ความแตกต่างระหว่าง 2 ทีมมีน้อยมาก และเราจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อเตรียมพร้อมทั้งด้านสภาพร่างกายและจิตใจ
  2.     เราภูมิใจที่ได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศและจะทำทุกอย่างเพื่อคว้าชัยชนะและผ่านเข้าชิงชนะเลิศให้ได้” เดอ บรอยน์ กล่าว

สำหรับ เบลเยียม เข้าเล่นฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 12 และผลงานดีที่สุดของพวกเขาในทัวร์นาเมนต์คือการจบอันดับ 4 ที่เม็กซิโก ในปี 1986

อาจไม่เป็นอย่างที่คิด! ลูกากู ชี้เนย์มาร์ ไม่ได้เป็นนักเตะที่ชอบเสแสร้ง

แทงบอลออนไลน์ ไม่ผ่านเอเย่นต์

โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียมเชื่อว่า เนย์มาร์ แนวรุกชาวบราซิลเป็นศูนย์หน้าที่เต็มไปด้วยคุณภาพและยากที่กองหลังจะรับมือ และไม่เชื่อว่าจะเป็นนักเตะประเภทที่ชอบตบตาหรือเสแสร้ง

โรเมลู ลูกากู กองหน้าคนดังของทีมชาติเบลเยียม กล่าวว่า เนย์มาร์ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของทีมชาติบราซิลไม่ใช่พวกที่ชอบแกล้งเจ็บเพื่อตบตากรรมการแต่อย่างใด ก่อนที่ทั้งสองทีมจะต้องดวลกันในศึก ฟุตบอลโลก รอบก่อนรองชนะเลิศ วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคมนี้

แทงบอลออนไลน์เว็บไหนดี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนย์มาร์ โดนหลายคนตำหนิว่าชอบพุ่งล้มเพื่อจะเอาฟาวล์ และแกล้งทำเป็นเจ็บหนักทั้งที่ไม่ได้โดนเข้าสกัดใส่แบบร้ายแรงเลย และมันก็มีการเอาพฤติกรรมดังกล่าวของเขาไปล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน

หลังจากถูกนักข่าวถามว่าเขาคิดว่า เนย์มาร์ เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าดี หรือเป็นคนที่ชอบตบตากรรมการแล้วนั้น ลูกากู ก็ตอบว่า “เขาเป็นคนที่มีฝีเท้าดีมาก สำหรับผมแล้วเขาไม่ใช่พวกที่ชอบตบตากรรมการเลย คู่แข่งที่เจอกับเขามักจะเข้าสกัดใส่เขาหนักกว่าเวลาเจอกับคนอื่นๆ เพราะเขามีฝีเท้าต่างไปจากคนปกติ ผมคิดว่าในอนาคต เนย์มาร์ จะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก และผมก็ดีใจที่จะได้ดวลกับเขาเป็นครั้งที่สอง”

 

เบลเยียม โคตรดราม่าโดน ญี่ปุ่น นำ2ตุง สองตัวสำรองช่วยพลิกนรกทะลุ8ทีม

แทงบอลออนไลน์

นาเซอร์ ชาดลี่ และ มารูยาน เฟลไลนี่ สองตัวสำรองสวมบทซูเปอร์ฮีโร่ช่วย เบลเยียม พลิกนรกเอาชนะ ญี่ปุ่น 3-2

หลังจากที่ตามหลังทัพ “ซามูไร” 0-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยประตูชัยในแมตช์นี้เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย ส่งให้ทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปดวลกับ บราซิล เต็งหนึ่ง

 

แทงบอลออนไลน์

            ฟุตบอลโลก 2018
 รอบ 16 ทีมสุดท้าย 
            วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2561
            เบลเยียม 3  – ญี่ปุ่น 2

สนาม :   รอสตอฟ อารีน่า, รอสตอฟ-นา-โดนู, ประเทศรัสเซีย (สนามกลาง)

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ นายใหญ่เบลเยียม ยิ้มกริ่มหลังได้ แว็งซ็องต์ ก็องปานี กองหลังมากประสบการณ์ฟิตสมบูรณ์กลับมาประจำแนวรับอีกครั้ง ส่วนแผงเกมบุกมี  เอแด็น อาซาร์, ดรีส์ เมอร์เท่นส์, เควิน เดอ บรอยน์ และ โรเมลู ลูกากู พร้อมเปิดเกมรุกเต็มสูบ ขณะที่ญี่ปุ่นแน่นอนว่าเป็นรองสุดกู่แต่ อากิระ นิชิโนะ เทรนเนอร์ จะเล่นแบบเน้นสปิริตเหมือนกับที่แสดงให้เห็นมาตลอด 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม

เริ่มเกมเพียง น. 2 ญี่ปุ่นมีโอกาสสร้างความหวาดเสียว เมื่อ ชินจิ คางาวะ ได้จังหวะสับไกด้วยเท้าซ้ายแต่บอลเฉียดเสาขวาออกไป หลังจากนั้น น. 4 โธมัส เมอนิเย่ร์ ได้บอลจากฝั่งขวาก่อนจะผ่านให้ โรเมลู ลูกากู แต่ มายะ โยชิดะ สกัดได้ทัน

ผ่านเข้าสู่ น. 10 ทาคาชิ อินูอิ มีโอกาสเปิดบอลจากฝั่งซ้าย บอลดูเหมือนจะ เกงกิ ฮารางูจิ อยู่แล้ว แต่ ก็องปานี สกัดได้อย่างสวยงาม อีกสองนาทีต่อมาผ่านบอลให้ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ บริเวณกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแต่น่าเสียดายที่โดนแนวรับญี่ปุ่นป้องกันเอาไว้ได้

เบลเยียมพยายามที่จะเจาะประตูให้ได้ โดย น. 16 เอแด็น อาซาร์ เกี่ยวบอลลงพื้นอย่างสุดยอด และผ่านให้ อักเซล วิตเซล ที่ลองพยายามยิงไกลแต่บอลแฉลบออกหลัง จากนั้น เควิน เดอ บรอยน์ ทำหน้าที่เตะมุม บอลลอยไปถึง ก็องปานี ได้โหม่งในระยะ 6 หลา แต่ไม่สามารถทำอะไรแนวรับทัพ “ซามูไร” ได้

เข้าสู่ น. 18 เมอร์เท่นส์ ส่งให้ ลูกากู ที่จับบอลและพลิกตัวกลับมายิง แต่บอลแฉลบกองหลังออกไป เบลเยียม ได้เตะมุมอีกครั้ง แต่ เดอ บรอยน์ทำหน้าที่เปิดบอลไปให้ ก็องปานี ได้โอกาสโหม่งอีกครั้งแต่ก็พลาดไปอีกตามเคย

น. 21 ญี่ปุ่นต้องตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ โดย อาซาร์ มีโอกาสโชว์ทักษะสุดยอดก่อนส่งให้ ลูกากู ที่พยายามซัดนอกกรอบแต่ก็โดน ยูโตะ นางาโตโมะ บล็อกได้อย่างสุดยอด ช่วงเวลานี้ เบลเยียม ครองบอลแบบพับสนามบุก  และ น.  26 เมอร์เท่นส์ เปิดบอลสุดงามจากริมเส้นฝั่งขวาให้ ลูกากู ซึ่งเบียดชนะ มายะ โยชิดะ ได้แล้วแต่บอลดันคลุกคลิกในระยะ 3 หลาก่อนโดน โยชิดะ สกัดไปได้อย่างหวุดหวิด

เข้าสู่ น. 30 เบลเยียม ยังคงเดินเครื่องกดดันไม่หยุด โดยพวกเขามีโอกาสอีกครั้ง เมื่อ เดอ บรอยน์ เปิดบอลเข้าในเขตโทษ ก็องปานี วิ่งมาแตะบอลกลับเข้าไปที่หน้าประตูได้อย่างสุดยอด แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผู้เล่นเบลเยียมอยู่แถวนั้น

อีกสองนาทีต่อมา ญี่ปุ่น มีโอกาสบ้างเมื่อ นางาโตะโมะ เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ และ  อินูอิ ได้โหม่ง แต่บอลเบาเกินไปทำให้ ติโบต์ กูร์กตัวส์  รับแบบสบายๆ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเปิดเกมบุกแลกกัน โดย น. 36 เบลเยียม มีโอกาสทำประตูถึงสองครั้ง ครั้งแรกจาก อาซาร์ ที่ลากบอลไปดวลแบบตัวตัวต่อกับ โยชิดะ แต่ดันยิงไปติดบล็อก จากนั้น เดอ บรอยน์ ส่งบอลให้ วิตเซล นอกเขตโทษและเจ้าตัวขอลองยิงไกลแต่บอลเหินข้ามคานไปแบบไม่ต้องลุ้น

ผ่านเข้าสู่ น. 41 เบลเยียม ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณพื้นที่สุดท้ายของลูกอาทิตย์อุทัย โดย ยานนิค การ์ราสโก้ ได้โอกาสเปิดบอลไปที่เสาไกล แต่ นางาโตะโมะ เคลียร์ออกไปได้ทัน น. 45 ญี่ปุ่นเกือบได้ประตูเมื่อ นางาโตะโมะ เปิดบอลให้ ยูยะ โอซาโกะ แต่แตะบอลไม่ได้ บอลไปถึง กูร์กตัวส์ แต่นายด่านเชลซี รับบอลลอดขาโชคดีที่บอลเบาทำให้พลิกตัวกลับมารับเอาไว้ได้ทัน และท่านเปาก็เป่านกหวีดหมดครึ่งแรก

    เริ่มครึ่งหลัง เบลเยียม พยายามเปิดเกมบุก แต่แล้วก็ต้องเจอเรื่องช็อก ใน น. 48 ญี่ปุ่น เล่นอย่างมีสมาธิและรอสวนกลับ โดน  งาคุ ชิบาซากิ โชว์ความสุดยอดในการผ่านบอลสุดเฉียบคมตัดหลัง  แยน แฟร์ต็องเก้นให้ เกงกิ ฮารางูจิ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดบอลผ่านมือ  กูร์กตัวส์ ส่ง ญี่ปุ่น นำ 1-0 สองนาทีหลังจากนั้น เบลเยียม เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ เมอร์เท่นส์ ส่งบอลให้ อาซาร์ ซัดเต็มข้อบอลไปจนเสาดังสนั่น จากนั้นในนาทีที่ 52 ญี่ปุ่นทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องช็อกเมื่อได้ประตูขึ้นนำ 2-0 จากจังหวะที่ ชินจิ คางาวะ ส่งบอลให้ อินูอิ  และเจ้าตัวก็มั่นใจในพลังฝีเท้าด้วยการตะบัน 25 หลาบอลพุ่งเสียบมุมชนิดที่ กูร์กตัวส์ หมดสิทธิ์เซฟ

  1.   หลังจากเสียไปสองประตู เบลเยียม ยังไม่สามารถต่อเกมได้เหมือนกับที่ทำในครึ่งแรก ขณะที่ทัพ “ซามูไรสีนำเงิน” ยังคงมีโอกาสเปิดเกมบุกได้เรื่อยๆ แต่ใน น. 62 เมอร์เท่นส์ ได้จังหวะเปิดบอลทางฝั่งขวา และ ลูกากู กระโดดโหม่งเช็ดระยะ 6 หลา แต่บอลเจ้ากรรมดันออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย
  2. น. 64 “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เกือบเสียประตู เมื่อ โกโตคุ ซากาอิ มีโอกาสวิ่งเข้าสอดยิงประตูในระยะ 3 หลา แต่ติดขา กูร์กตัวส์ ขณะที่ เบลเยียม ยังไม่ยอมแพ้ใน น. 69 ลูกากู พยายามยิงประตูในระยะ 8 หลา แต่ติดบล็อกโยชิด
  3. อย่างไรก็ตามความพยายามของ เบลเยียม มาประสบความสำเร็จใน น. 69 แฟร์ต็องเก้น ได้จังหวะโล่งๆ โหม่งบอลในระยะ 18 หลาบอลข้ามหัว  เอจิ คาวาชิมะ นายทวารญี่ปุ่น ค่อยๆ ย้อยเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้ เบลเยียม ตีไข่แตกเป็น 2-1
  4. น. 73 เดอ บรอยน์ มีโอกาสซัดที่บริเวณกรอบเขตโทษแต่  เก็น โชจิ บล็อกได้ทันบอลออกหลัง และในจังหวะเตะมุม อาซาร์ เปิดเข้าในกรอบเขตโทษก่อนโดนสกัดออกมาและ อาซาร์ เก็บบอลได้จากนั้นก็โชว์ลีลาพลิกตัวลากบอลไปที่เส้นหลังแล้วเปิดบอลแม่นยำราวกับชั่งมาเมื่อเช้าเข้าหัว มารูยาน เฟลไลนี่ โขกเต็มๆ ทำให้ เบลเยียม เสมอ 2-2
  5. จากนั้นใน น. 78 เป็นอีกครั้งที่ เบลเยียม เกือบได้ประตูเมื่อ นาเซอร์ ชาดลี่ เปิดบอลให้ ลูกากู ขึ้นโหม่ง แต่บอลออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย ผ่านมาสู่ น. 82 คางาวะ ทิ่มบอลให้ เคซุเกะ ฮอนดะ หลุดเข้าไปในเขตโทษและได้ซัดเต็มๆ แต่ ก็องปา เหยียดขาสกัดเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

น. 85 เบลเยียม มีโอกาสจะๆ สองครั้ง โดย ชาดลี่ ได้จังหวะโหม่ง แต่ คาวาชิมะ พุ่งปัดเอาไว้ได้ จากนั้น เบลเยียม ได้เปิดบอลเข้ากลาง และ ลูกากู โหม่งเต็มศีรษะแต่ คาวาชิมะ ปัดข้ามคานไปได้อย่างสุดยอด อีกสองนาทีต่อมา แฟร์ต็องเก้น ได้จังหวะยิงไกล แต่ คาวาชิมะ พุ่งปัดเอาไว้ทัน ก่อนที่ เฟลไลนี่ จะวิ่งเข้ามาเก็บบอลแต่กรรมการเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้า

เข้าสู่นาทีสุดท้าย ญี่ปุ่น เกือบได้ประตูขึ้นนำเมื่อ นางาโตะโมะ เปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ และ วิตเซล เหยียดขาสกัดบอลเกือบเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ กูร์กตัวส์ ไม่เสียสมาธิพุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+3 จากจังหวะฟรีคิกของ ฮอนดะ ที่ขันอาสาตะบันไกลกว่า 40 หลา บอลพุ่งเกือบเข้าเสาไกลแต่ กูร์กตัวส์ ปัดออกหลัง โดนในจังหวะเตะมุม ญี่ปุ่น เตะมุมเข้ามาแต่ กูร์กตัวส์ คว้าบอลได้จากนั้นก็เปิดบอลเร็วส่งให้ เดอ บรอยน์ ที่ลากบอลจากแดนตัวเอง และผ่านบอลให้ โธมัส เมอนิเย่ร์ ที่บรรจงส่งเข้าในเขตโทษโดย ลูกากู หลอกแนวรับญี่ปุ่นด้วยการปล่อยบอลให้ ชาดลี่ ที่อยู่โล่งๆ แปบอลเข้าไป ช่วยให้ เบลเยียม ขึ้นนำ 3-2 ในนาทีที่ 90+4

จากนั้นท่านเปาก็เป่านกหวีดยาวหมดเวลา ทำให้ เบลเยียม ชนะ ญี่ปุ่น 3-2 ผ่านเข้าไปพบ บราซิล เต็งหนึ่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ ในวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม 

เบลเยียม (3-4-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, แยน แฟร์ต็องเก้น – โธมัส เมอนิเย่ร์, เควิน เดอ บรอยน์, อักเซล วิตเซล, ยานนิค การ์ราสโก้ (นาเซอร์ ชาดลี่  น. 65) , ดรีส์ เมอร์เท่นส์ (มารูยาน เฟลไลนี่ น. 65), โรเมลู ลูกากู, เอแด็น อาซาร์ (กัปตันทีม)

เทรนเนอร์ : โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ

ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : เอจิ คาวาชิมะ – โงโตกุ ซากาอิ, มายะ โยชิดะ, เก็น โชจิ, ยูโตะ นางาโตโมะ – มาโกโตะ ฮาซาเบะ (กัปตันทีม), งาคุ ชิบาซากิ (โฮตารุ ยามากูชิ น. 81), เกงกิ ฮารางูจิ (เคซุเกะ ฮอนดะ น. 81) , ชินจิ คางาวะ, ทาคาชิ อินูอิ – ยูยะ โอซาโกะ

เทรนเนอร์ : อากิระ นิชิโนะ

ผู้ตัดสิน : มาลังก์ ดายฌิอู (เซเนกัล)